พุธ  12 ธันวาคม 2550 | 21.15 น.

เมื่อยเจงๆ 

*-~เพิ่งกลับมาจากเดินทางไกล เอ้ย! ไปดูไฟวิบวับที่แถวๆ ตึกเพนนิลซูลา  เดินซะเกินความจำเป็น??? ความผิดไม่ได้อยู่ที่ใครหรอกนอกจากข้าพเจ้าเอง ^_^!!! เนื่องจากถ่านในกล้องถ่ายรูปหมดพอดิบพอดี ก็เลยต้องลากทั้งตานูและน้องกล้วยเดินกลับไปกลับมา (อิอิ ขอโตดจ้า)

-:- วันนี้ออกไปเจอตานูกะน้องกล้วยที่สยามพารากอน (ไฮโซไหม) ได้เข้าร้านคิโนะคูนียะด้วย หนังสือเพียบเลย น่าอ่านทั้งน้าน วันหลังต้องมาหาซื้อเก็บไว้บ้างเอง (“,) จำไว้นะ ชั้นสามใกล้เซ้าท์ลิฟท์ล๊อบบี้ยามที่สยามพารากอนเขาบอกมา (แม้แต่ยามยังไฮโซเลยพวกเรา) 

~%~ เดินแวะมาที่สยามดิสคัฟเวอร์รีกะจะมาดูงานหัตถกรรมศิลปาชีพซะหน่อย แต่แม่เจ้า! เขากำลัง pack ของกลับบ้าน ชวดเลย ชวดเลย  แต่ตานูก็ได้เสื้อมาหนึ่งตัว แว่วว่าเพราะคนขายหน้าตาละอ่อนถูกใจป้าตานูและน้องกล้วยเลยต้องควักกะตังค์ซื้อ  อิอิ

+++ มาเจอกันทั้งที  ไม่กินก็คงไม่ได้  ตกลงตัดสินใจไปกินไอติม  มาย่านไฮโซอย่างนี้มีเหรอจะกินมหาชัยไอศกรีม  ก็ต้อง *Iberry* เนื้อไอศครีมนุ่ม ได้รสชาดละมุนละไม กลมกล่อมติดลิ้น (เว่อร์ไปไหมเนี้ยะ) แต่ไอติมรสมอคค่า (something) ที่มีน้ำกาแฟเข้มข้นปนอยู่นี่...ได้อารมณ์จริงๆ (ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกนะ  แต่จ่ายไปแพงต้องพูดให้ดูเหมือนสมราคาที่เสียไปหน่อย จะได้ไม่เสียดายตังค์)  กินไปจนจะหมดแล้วคุณน้ำฝนหน้ามนก็มาสมทบ  เธอยังสวยใสน่ารักเหมียนเดิม (อิจฉา) 

C”= เราเดินไปแยกราชประสงค์ ไหว้พระพรหมกันก่อน แล้วเดินดูไฟไปเรื่อยๆ จนถึงเพนนิลซูลา (Peninsula) ข้างทางมีไฟประดับประดาตามต้นไม้ไว้พอสมควร  พอไปถึงหน้าห้างที่มีต้นคริสมาสต์ประดับไฟไว้อย่างสวยงาม พวกเราไม่รอช้า เริ่มถ่ายรูปกัน ~ แต่เวรกรรม ถ่ายรูปคุณน้ำฝนได้แชะเดียวถ่านหมด  อยากจะร้องไห้!!! ไม่รู้จะทำไง ผลสุดท้าย  ทุกคนก็คงเห็นใจข้าพเจ้าที่ตั้งใจมาถ่ายรูปโดยเฉพาะ (เป็นจริงอย่างนั้นใช่ไหมตานู...ฉันไม่ได้บีบบังคับแกนะ) ก็เลยเดินย้อนกลับไปตรงแยกราชประสงค์อีกรอบเพื่อไปซื้อถ่าน  ส่วนฝนขอตัวกลับก่อนเพราะว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปเชียงใหม่ (:-:)

 

*** ได้ถ่านมาแล้วก็เดินกลับไปที่ต้นคริสต์มาสต้นเดิมที่เล็งเอาไว้  แชะ..แชะ..แชะ  ถ่ายออกมาภาพเบลอหน้าดำกันเป็นแถว  บอกแล้วว่ากล้องข้าพเจ้ามันไม่เอื้อกับการถ่ายรูปตอนกลางคืน  เอาไว้มีตังค์ก่อนเถอะ...จะไปซื้อกล้องแบบหมาเน่า เอ้ย! แมนนวล (manual) มาถ่ายให้หนำใจเลย  แต่เมื่อไหร่นะเหรอ...คงอีกนาน เพราะตอนนี้เงินจะกินยังไม่มีเลย  อดอยากเจงๆ ชีวิตคนตกงานเนี้ยะ +++++++++++

ติ๊กครับ

พุธ 12 ธันวาคม 2550 | 11.00 น.

ร้อนจัง

~~~~วันนี้ความขี้เกียจเข้าเกาะกุมอีกแล้ว กว่าจะบิดขี้เกียจลุกจากที่นอนได้ก็เกือบสิบโมงแล้ว +=+ กดโทรศัพท์ไปสถาบันภาษา (ไม่อยากเข้าไปเสียเที่ยวอีก) แต่ว่าม่ายมีครายรับสายเลย (หายปายหนายกานหมด) เอาไงดีตู...สงสัยต้องเข้าไปวันพรุ่งนี้แน่เลย นี่...ฉันทำกรรมอะไรกะการเรียนโทไว้หรือเปล่าเนี้ยะ ทุกอย่างมันถึงดูยากเย็นผิดพลาดไปหมด  (กุมขมับซ้ายขวา) *~*

<O>เมื่อวานตัวขี้เกียจมันกระโดดเกาะแน่นเลยเชียว แบบว่ายังไม่ได้เริ่มทำหนังสือเลยง่า... มัวแต่ up blog กะหาข้อมูลไร้สาระ  และที่สำคัญวันนี้ก็มั่นใจว่าก็คงยังไม่ได้ทำเพราะว่าจะไปเริงร่าดูไฟก่อน คือถ้าไม่ได้ความเงียบสัก 3-4 ชั่วโมง กาแฟอุ่นๆ เพลงเพราะๆ  ทำงานไม่ได้อ่ะ สมาธิไม่มา (ข้ออ้าง...ข้ออ้าง...ข้ออ้าง) เอาน่ะ  พอไฟลนก้นคงทำได้เองแหละ ชอบทำอะไรแบบสดๆ ร้อนๆ ตื่นเต้นดี ^____^

!!! เมื่อคืนกว่าพ่อหนุ่มจะกลับจากวงสุราเมระยะได้นี่ก็เกือบห้าทุ่ม  ก็เหมือนเดิม พอแอลกอฮอล์เข้าปากก็พล่ามพรรณนาความในใจออกมาหม๊ด (เวลานี้...หลอกถามได้) เล่าเรื่องราวความเจ็บปวดเดิมๆ ให้เขาฟัง  เลยได้เรื่องเลย ทะเลาะกันไปหนึ่งดอก เขาคงเบื่อที่จะฟังเรื่องนี้มั๊ง ฉันก็เบื่อเหมือนกัน ขอเวลาสักหน่อย ฉันจะตัดทุกอย่างออกไปให้หมด ปล่อยไว้นานถ้าจะไม่ได้ที หลังจากกลับมาจากเที่ยวแล้วกัน (มุ่งมั่น...มุ่งมั่น) +++ ติ๊กครับ 
อังคาร 11 ธันวาคม 2550 | 9.30 น.สดชื๊น สดชื่น o-o--> สวัสดียามเช้าจ้า ~ วันนี้ตื่นแต่เช้าหลังจากที่เมื่อคืน ++ มึน ++ วิงเวียน ++ เหมือนจะเป็นลมเพราะปั่นจักรยานออกกำลังกายแล้วเหมือนร่างกายมันรับไม่ได้ เพราะทำอะไรที่ดีต่อสุขภาพไม่ค่อยได้ มันแสลง !!! แต่เอ...หรืออาจเป็นเพราะไม่ได้อาบน้ำทั้งวัน (ยี๋....) วันนี้เลยตื่นเช้า+++ปั่นจักรยาน (ไม่ใช่จักรยานสองล้อที่ปั่นตามท้องถนนนะจ๊ะ *_* อันนั้นอ่ะ...ปั่นไปเป็นหรอก การทรงตัวไม่ดี @^_^@) ปั่นได้ประมาณสิบห้านาทีก็ลมจับ (แก่แล้วก็อย่างนี้แหละ) -_- หายใจไม่ค่อยทัน  เลยเลิก  แต่ก็ได้เหงื่อนะ ~~อาบน้ำสระผมเสร็จก็รู้สึก สดชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา (พ่อชอบพูดประโยคนี้) จิบกาแฟสักแก้ว กับน้ำเย็นอีกสองอึก ก็รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่สดใสยิ่งนัก  แม้จะยังรู้สึกมึนๆ อยู่ก็ตาม +++

 

@@@เอาล่ะ..วันนี้จะเริ่มทำหนังสือสักที  เปล่าว่างให้ความคิดมันตกตะกอนมานานแล้ว  เอาใจช่วยกันด้วยนะ อย่าให้ความขี้เกียจมาครอบงำอีกนะ...สิริกัญญา

พรุ่งนี้มีนัดพบปะตานู (Tan-U) กะน้องกล้วยไปเฉิดฉายแถวสยาม ไปชมแสงสียามค่ำคืนของไฟที่ประดับประดาบริเวณแยกราชประสงค์ แหม...นี่ถ้ามีขาตั้งกล้องและที่สำคัญมีฝีมือในการถ่ายรูปสักหน่อยคงได้ภาพงามๆ มาลงใน blog ให้ได้ดูกัน  แต่ทำไงได้กล้องก็มีแบบสมฐานะ  ฝีมืออ่ะไม่ต้องพูดถึง...ไม่มีเลย  แต่ก็ลองดู ร้อยรูปอาจจะพอดูได้สักรูปก็เป็นได้ +++

ติ๊กครับ

จันทร์ 10 ธันวาคม 2550 | 7:30

แดดยามเช้ากับเสียงเครื่องยนตร์ 

~ ตื่นแต่เช้าเลยวันนี้~หกโมงเช้า~เป็นไปได้ไงเนี้ยะ คงเพราะเมื่อคืนหลับตั้งแต่สามทุ่ม.๐.วันนี้ฟิตลุกขึ้นมาปัดฝุ่นจักรยานที่ทำเป็นที่แขวนผ้าไว้ซะนาน แล้วก็ปั่นซะ...ปั่นได้ยี่สิบนาที  ก็ถึงกับหายใจไม่ทัน +++เอาน่ะ+++  ค่อยเป็นค่อยไป  อย่าขี้เกียจซะก่อนเป็นใช้ได้ ^___^ 

*~* สงสัยเมื่อวานก้าวเท้าออกจากห้องผิดข้าง  ทำอะไรพลาดไปหมด  ไปเดินดูหนังสือก็ทำหนังสือหล่นแล้วหล่นอีก ** พอไปถึงมหาลัยก็รู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ค่อยเห็นนักศึกษาเดินไปเดินมา ไปถึงตึกก็เลยถึงบางอ้อ !+!  ว่าเขาไปสัมมนากันหมด  เฮ้อ! ชวด  ชลู ขาล เถาะไปเลย  เดินคอตกออกมาด้วยความเสียดาย เสียใจ เสียเวลามั่กๆ == แต่ก็เป็นคนผิดเองที่ไม่ได้ถามพี่วรรณว่าอยู่ที่คณะทุกวันหรือเปล่า  เป็นอย่างนี้สองสามครั้งแล้ว  ไปหาพี่วรรณทีไรไม่เคยได้เจอสักที  ต้องจ้างพี่สายชลเอาไปให้ใหม่ทุกทีเลย  ต้องให้เสียตังค์อยู่เรื่อย๐o. นี่ก็ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะออกไปเองหรือว่าจะจ้างพี่สายชลดี  กลัวความขี้เกียจของตัวเองจะต้องควักตังค์ซื้อความสบายนะสิ $.$.$. 

::เมื่อวานสิ่งเดียวที่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอันก็คือ *ดูหนัง*  เขาพาไปดูหนัง (กิจกรรมโปรดของเขา) โปงลางลำซิ่งสะดิ่งส่ายหน้า ชื่อประมาณนั้น  เข้าคิวรอซื้อตั๋วประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้  คนรอซื้อตั๋วเยอะมากๆ  สุดท้ายก็ได้นั่งแถวเกือบติดจอหนัง  หลายคนคงไม่ชอบ  แต่ฉันชอบนะ เพราะเห็นชัดดี ดีสำหรับคนสายตาสั้นที่ไม่ชอบใส่แว่นอย่างฉัน @_@ (หุหุ)  หนังตาหลกดี  ได้หัวเราะบ้าง ได้ยิ้มบ้าง  โลกก็สดใสขึ้นนิดหน่อย  ส่วนเขาไม่ต้องพูดถึง  เส้นตื้นขนาดนั้น  หัวเราะน้ำตาไหลเลย ก็ดีเหมือนกันได้ผ่อนคลายซักสองชั่วโมง  ว่างๆ ไปดูคนเดียวก็น่าจะได้แฮะ 

=} แต่เมื่อวานก็ทำได้แค่นั้นจริงๆ พอออกมาจากโรงหนังก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว  ~ ~ จะเดินซื้อของต่อก็กลัวเขาพะว้าพะวงเรื่องรถที่จอดไว้ที่บิ๊กซี  ก็เลยตัดสินใจกลับ ~~ค่อยหาเวลามาซื้อเองก็ได้  (...เชอะ...เชอะ...เชอะ...) กลับมาถึงห้อง  เปิดอ่านหนังสือ อัจฉริยะสร้างได้ ของคุณหนูดี (ที่เพิ่งซื้อมา) ได้สักสองสามหน้าก็หลับไปเลย *** ไม่ใช่เขียนไม่ดีนะ เขียนดีมากเลย ปลุกความรู้สึกอยากฉลาดในทุกด้านเหมือนอย่างเขา  แต่ว่าขอหลับก่อนดีกว่า -_-  

ขอพูดถึงหนังสือเล่มนี้หน่อยนะ  พออ่านไปรู้สึกว่าหนูดีคล้ายๆ กับเพื่อนที่ทำงานเก่าคนหนึ่งที่จบจาก Oxford หรือ Cambridge จากอังกฤษ (ใช่หรือเปล่าน๊า...)  เขามีบุคลิกบางอย่างคล้ายๆ กัน +++ บุคลิกของความเป็นอัจฉริยะ +++ มีอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าพออ่านไปแล้วก็นึกถึงหน้าเพื่อนคนนี้ตลอด  แถมจินตนาการไปว่าเพื่อนคนนี้แหละเป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ (สงสัยจะบ้าแฮะ)  อยากเป็นคนเก่งบ้างจัง แต่ก่อนจะเก่งขอเป็นคนดีให้ได้ก่อนนะ  เอ...หรือว่าเป็นคนดียากกว่าเป็นคนเก่งก็ไม่รู้เหมือนกันเนาะ  

ติ๊กครับ  

edit @ 11 Dec 2007 10:14:23 by ++~*a~*lit[T]le~*p[I][G]~*++

เป็นอะไร...เป็นให้ดีที่สุด

แม้มิได้เป็นกุหลาบหอม              ก็จงยอมเป็นเพียงลดาขาว 

แม้มิได้เป็นจันทร์อันสกาว          จงเป็นดาวดวงแจ่มแอร่มตา

แม้มิได้เป็นหงส์ทนงศักดิ์           ก็จงรักเป็นโนรีที่หรรษา

แม้มิได้เป็นน้ำแม่คงคา              จงเป็นธาราใสที่ไหลเย็น

แม้มิได้เป็นมหาหิมาลัย             จงพอใจจอมปลวกที่แลเห็น

แม้มิได้เป็นวันพระจันทร์เพ็ญ         ก็จงเป็นวันแรมอันแจ่มจาง

แม้มิได้เป็นสนต้นระหง             จงเป็นพงอ้อสะบัดไม่ขัดขวาง

แม้มิได้เป็นนุชสุดสะอาง          จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความดี

อันจะเป็นอะไรนั้นไม่แปลก       ย่อมผิดแผกดีงามตามวิถี

ประกอบกิจบำเพ็ญให้เด่นดี    สมกับที่ตนเป็นเช่นนั้นเทอญ

โดย  ฐะปะนีย์ นาครทรรพ